เมนู - Fammed

ประวัติศาสตร์แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น
โดย คณาจารย์แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
คณะแพทยศาสตร์ มาวิทยาลัยขอนแก่น
              พัฒนาการของหน่วยเวชศาสตร์ครอบครัว ภายใต้ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คืบคลานไปตามกระแสการพัฒนาอื่นๆ ของประเทศไทยที่ได้พยายามพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่บริการทางการแพทย์กระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะในกรุงเทพฯ ก็เริ่มมีการขยายออกไปตามหัวเมืองในต่างจังหวัด สร้างเป็นโรงพยาบาลระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ส่วนระดับตำบลมีสถานีอนามัยที่ไม่มีแพทย์ให้บริการ ระดับหมู่บ้านมีอาสาสมัครสาธารณสุขคอยดูแล ตามแนวคิดเรื่องการสาธารณสุขมูลฐาน คณะแพทย์ ม.ขอนแก่น ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อมุ่งผลิตแพทย์ให้แก่ประชาชนในภาคอีสาน โดยเฉพาะการผลิตแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปสำหรับโรงพยาบาลชุมชน รวมทั้งให้การสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขด้านอื่นๆ ของประเทศ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ร่วมทำหน้าที่ดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง              ต่อมาเมื่อผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุขได้มีโอกาสไปศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบยุโรป เริ่มเห็นการจัดระบบบริการในระดับปฐมภูมิที่แตกต่างจากของประเทศไทย ที่เด่นชัด คือ มีแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป (ปัจจุบันคือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว) ให้บริการในระดับสถานีอนามัยอย่างทั่วถึง มีการออกกฎหมายระบบประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อสร้างแหล่งงบประมาณสนับสนุนหน่วยบริการให้มั่นคง รับประกันการเข้าถึงบริการแก่ประชาชนอย่างถ้วนหน้าโดยไม่มีอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย คณะผู้บริหารสาธารณสุขจึงพยายามพัฒนาระบบบริการดังกล่าวขึ้นในประเทศไทย              ผู้บริหารสาธารณสุขได้ข้อสรุปว่า ระบบการเงินเพื่อการประกันสุขภาพจะไม่มีประโยชน์ใดๆ ถ้าไม่มีหน่วยบริการปฐมภูมิที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง จึงมีการทดลองนำร่องที่เขตอำเภอเมือง จังหวัดอยุธยา ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2536 มี นพ.ยงยุทธ์ พงษ์สุภาพ สมัครใจทำหน้าที่เป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวคนแรก โครงการอยุธยาสร้างความรู้และประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากมาย เป็นตัวอย่างให้จังหวัดอื่นๆ ทำตาม              หลังจากนั้น นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ได้รับทุนจากสภาพยุโรปมาทำโครงการวิจัยและพัฒนาปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข โดยนำร่องใน 5 จังหวัด จังหวัดขอนแก่นเป็นหนึ่งในนั้น มีการทดลองจัดตั้งน่วยบริการปฐมภูมิ ในเขตเมือง ที่ตำบลท่าพระ นำโดย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพลในตอนนั้น และ ในเขตชนบทที่ อำเภอน้ำพอง นำโดย นพ.วิชัย อัศวภาคย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน้ำพอง ซึ่งท่านเคยไปเรียนเรื่องการบริการระบบสาธารณสุข ที่ประเทศเบลเยี่ยม              รศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานในเขตจังหวัดขอนแก่น              โครงการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขนี้ได้สร้างความรู้และคนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบบริการปฐมภูมิ เวชศาสตร์ครอบครัว และระบบการประกันสุขภาพที่จะมาสนับสนุน เมื่อสะสมความรู้เชิงระบบในมิติต่างๆได้มากพอ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์และคณะได้ช่วยกัน ยกร่าง พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อเสนอนักการเมือง              คณาจารย์ของภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชนก็ได้ติดตามพัฒนาการเหล่านี้มาโดยตลอด มีการจัดประชุมสัมมนาเรื่องนี้อยู่เป็นระยะ รศ.ชลอ อินทรขาว หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชนในตอนนั้น ได้เคยจัดการศึกษาดูงานเวชศาสตร์ครอบครัวที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ ศ.นพ.มรว.ธันยโสภาคย์ เกษมสันต์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาออร์โธปีดิกส์ เป็นผู้บุกเบิกจัดตั้งเป็นภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวแห่งแรกในประเทศไทย มีการเพิ่มหัวข้อวิชาเวชศาสตร์ครอบครัว เข้าไปในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต และในที่สุดก็มีการจัดตั้งหน่วยเวชศาสตร์ครอบครัวขึ้นมา ภายใต้ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน              ในปี พ.ศ. 2540 นำโดย ศ.นพ.อมร เปรมกมล มีความพยายามพัฒนาในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการบริการผู้ป่วยนอก โดยคณาจารย์ของหน่วยไปช่วยกันตรวจผู้ป่วยที่ศูนย์บริการสาธารณสุขโนนชัย ของเทศบาลนครขอนแก่น โดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ              ศ.นพ.สมพร โพธินาม คณบดี คณะแพทยศาสตร์ในขณะนั้น ได้มีส่วนช่วยพัฒนาเรื่องนี้ โดยเชิญ อ.นพ.ประเสริฐ จะสุวรรณ์ แห่งรัฐฟลอริดา และ นพ.ราล์ฟ ดีอาร์มัวร์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว จากสหรัฐอเมริกา มาเป็นที่ปรึกษา ช่วยพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน มีการเดินทางไปศึกษาดูงานเรื่องการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิที่ประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย              อ.นพ.ประเสริฐ จะสุวรรณ์ ได้ทำงานร่างหลักสูตรการฝึกอบรมฯ การเตรียมความพร้อมเรื่องหน่วยบริการฯ และประสานงานกับระดับนโยบายต่างๆ ต่อมา อ.นพ.ประเสริฐ จะสุวรรณ์ ได้เขียนบทความ เรื่องแนวคิดการพัฒนาเวชศาสตร์ครอบครัวในประเทศไทย ลงในวารสารคลินิก ซึ่งเชื่อว่าทำให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องนี้ในประเทศไทยมากขึ้น ท่านเสนอให้วิทยาลัยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป เปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว              มีความพยายามพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวโดยใช้โรงพยาบาลชุมชนเป็นฐาน แต่หลักสูตรนี้ไม่ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว (ขณะนั้นยังเป็นวิทยาลัยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป) เพราะมีจำนวนแพทย์ที่จบสาขานี้ไม่ถึงเกณฑ์ที่วิทยาลัยฯ กำหนด ดังนั้นทางหน่วยฯ จึงหันมาเร่งพัฒนาบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต และ ผศ.นพ.ฐานพัฒน์ ดิฐสถาพรเจริญ เป็นท่านแรกที่สอบผ่าน ได้รับอนุมัติบัตรสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวคนแรกของหน่วยฯ              จุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือการออก พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2545 ทำให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องนี้อย่างมาก เพราะภายใต้ระบบนี้จำเป็นต้องมีหน่วยบริการปฐมภูมิและแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจำนวนมาก วิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวฯ จึงได้จัดสอบอนุมัติบัตรสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวขึ้นสำหรับผู้ที่ทำงานมานานเกิน 5 ปี มีแพทย์สาขาต่างทั่วประเทศมากกว่า 2,000 คน มาสอบ ทำให้ประเทศไทยมีแพทย์สาขานี้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก              และทำให้คณาจารย์ของหน่วยฯหลายท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนในการจัดการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน เมื่อได้รับการรับรองให้จัดการฝึกอบรมได้แล้ว ก็ได้เริ่มเปิดการฝึกอบรมครั้งแรกในปี พ.ศ. 2548 เป็นหลักสูตรแบบเต็มเวลาที่คณะแพทย์ 3 ปี แพทย์ประจำบ้านคนแรก คือ พญ.มุกดา วิเชียร              เนื่องจากระยะแรกความนิยมในการเข้ารับการฝึกอบรมสาขานี้ทั่วประเทศมีจำนวนน้อยมาก บางปีทั้งประเทศมีเพียง 13 คน ราชวิทยาลัยฯ จึงมีความพยายามเสนอให้มีการพัฒนาหลักสูตรรูปแบบใหม่ควบคู่กับหลักสูตรเดิม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ              รศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ หัวหน้าภาควิชาฯในขณะนั้นได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานระบบการฝึกอบรมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแบบใหม่ ที่ประเทศออสเตรเลีย และได้ร่วมมือกับ พญ.ชลลดา บุษยรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลขอนแก่น และกรรมการราชวิทยาลัยฯ มานำเสนอเรื่องนี้ ต่อวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว              แนวคิดของหลักสูตรนี้คือ ฝึกอบรมแบบเต็มเวลาที่โรงพยาบาลชุมชน 3 ปีร่วมกับมาเรียนที่คณะแพทย์และสถาบันสนับสนุนทางวิชาการ เช่น โรงพยาบาลศูนย์ต่างๆ เป็นบางเวลา จึงเรียนว่า เป็นการเรียนในระว่างปฏิบัติงาน (In-service training)              ระยะแรกมีเสียงคัดค้านระบบการฝึกอบรมแบบนี้พอสมควรทั้งในราชวิทยาลัยและในแพทยสภา จึงมีการจัดการศึกษาดูงานที่ประเทศออสเตรเลีย สนับสนุนโดย นพ.วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ รองผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้เกิดการยอมรับระบบการฝึกอบรมแบบนี้มากขึ้น และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังช่วยสนับสนุนการฝึกอบรมแบบนี้ต่อเนื่องอีกหลายปี รวมทั้งมูลนิธิสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา ที่มี ศ.นพ.บุญชอบ พงษ์พานิช และ ศ.ดร.นพ.ไพจิตร ปวะบุตร ดูแล ที่ใสนับสนุนแก่ผู้เรียนอีกด้วย ก่อนที่กระทรวงสาธารณสุขจะมารับไปดูแลเรื่องอย่างเต็มตัวในปัจจุบัน              โครงการนี้ทำให้มีแพทย์สมัครเข้ารับการฝึกอบรมทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น ปีละ 60 – 80 คน แพทย์ที่ฝึกอบรมในระบบนี้รุ่นแรกของหน่วยฯ คือ นพ.วรงค์วุฒิ ปิ่นอนงค์ จากโรงพยาบาลหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ พญ.สิริวรรณ จันทรตรี จากโรงพยาบาลจัตรัส จังวัดชัยภูมิ และ พญ.กฤษณี ศรีวิชา จากโรงพยาบาลยางตลาด จังวัดกาฬสินธุ์              ต่อมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ให้การสนับสนุนการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้น 1 ปี (Family Practice Learning) ซึ่งเป็นเสมือนการจัดติวให้แก่แพทย์ที่ทำงานครบ 5 ปีและต้องการสอบอนุมัติบัตรของราชวิทยาลัยฯ หน่วยฯได้ดำเนินการในเรื่องนี้ไปแล้ว 3 รุ่น มีแพทย์เข้าร่วมรวม 20 คน              มีการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการเรียการสอนอย่างต่อเนื่อง โดยมี รศ.พญ.วริสรา เตยะราชกุล (ปัจจุบันนามสกุล ลุวีระ) ซึ่งผ่านการฝึกอบรมที่หน่วยฯและเป็นอาจารย์คนแรกของหน่วยฯที่ได้รับวุฒิบัตรสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว จากราชวิทยาลัยฯ เป็นผู้ดูแลออกแบบหลักสูตร ร่วมกับคณาจารย์ท่านอื่นๆ              กิจกรรมการเรียนการสอนที่ปรับปรุงและพัฒนาใหม่ ได้แก่ การจัดสัมมนาทุกวันพุธบ่าย การจัดกิจกรรมการฝึกอบรมร่วมกับกลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.ขอนแก่น (Inter-hospital conference) ทุก 2 เดือน การจัดทำตำราเวชศาสตร์ครอบครัว การออกเยี่ยมเยียนแพทย์ประจำบ้านที่โรงพยาบาลชุมชน (โดย ผศ.นพ.พรหมพิศิษฐ์ โจทย์กิ่งและคณะ) การเชิญวิทยากรจากต่างประเทศมาบรรยาย การศึกษาดูงานในต่างประเทศ การสร้างระบบการสื่อสารเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในเครือข่าย และการจัดสอบซ้อมภาคปฏิบัติแบบ OSCE ที่ริเริ่มโดย ผศ.นพ.อาคม บุญเลิศ มีการจัดติวก่อนสอบแก่แพทย์ประจำบ้านทุกรูปแบบการฝึกอบรมของน่วยฯ ริเริ่ม โดย รศ.พญ.วริสรา ลุวีระ ต่อมาขยายกลุ่มเป้าหมายเป็นการจัดติวแพทย์ประจำบ้านทั่วประเทศ ริเริ่มโดย ผศ.นพ.อาคม บุญเลิศ              ในด้านการให้บริการสุขภาพนั้น เริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2545 เช่นกัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับเหมางบประมาณรายหัว จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รศ.นพ.สุชาติ อารีมิตร คณบดี คณะแพทยศาสตร์ในสมัยนั้นได้สนับสนุนให้ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน เข้าไปดูแลงานบริการปฐมภูมิในเขตชุมชนสามเหลี่ยม ดูแลโดย ผศ.นพ.ฐานพัฒน์ ดิฐสถาพรเจริญ, เขตชุมชนโนนม่วง ดูแลโดย รศ.จุฬาพรรณ อึ้งจะนิล ภาควิชาจุลชีวะวิทยา และพื้นที่ในเขต มหาวิทยาลัยขอนแก่นขอนแก่น ดูแลโดย ผศ.นพ.พรมพิศิษฐ์ โจทย์กิ่ง              โดย ศ.นพ.อมร เปรมกมล ทำหน้าที่เป็นทั้งหัวหน้าภาควิชาฯและรองผู้อำนวยการของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อดูแลงานนี้ ทำให้หน่วยเวชศาสตร์ครอบครัวมีห้องปฏิบัติการในชีวิตจริง ได้ใช้ความรู้และศาสตร์ต่างๆกับผู้ป่วยและชุมชนจริงๆ เทียบเคียงได้กับแผนกศัลยกรรมที่ก็ต้องมีห้องผ่าตัด จึงจะครบถ้วนสมบูรณ์ จากการพัฒนางานบริการทำให้หน่วยฯได้ตำแหน่งแพทย์ใช้ทุนมาร่วมปฏิบัติงาน พร้อมๆกับการเข้ารับการฝึกอบรมฯ คนแรก คือ พญ.ปิยนันท์ โยชน์สุวรรณ              มีการทำงานพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยที่บ้านร่วมกับ รศ.พญ.ปณิตา ลิมปวัฒนะ และคณาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์และบุคลากรจากสหสาขาของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ทุกวันพฤหัสบดีช่วงบ่าย ระยะแรกประสานงานโดย อ.พญ.เสาวนันท์ บำเรอราช ปัจจุบันดูแลโดย รศ.พญ.วริสรา ลุวีระ และคณะ              ปี พ.ศ. 2559 เริ่มรับการฝึกงานของนักศึกษาจากต่างประเทศ เช่น จากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย เพราะหน่วยมีคณาจารย์ที่เรียบจบจากต่างประเทศ เช่น ผศ.ดร.พญ.อิสราภรณ์ เทพวงศา ซึ่งในปัจจุบันอาจารย์ดูแลพัฒนาหลักสูตรการนานาชาติ และพัฒนาแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขในเครือข่าย โดยระบบการเรียนทางไกลอีกด้วย              บทบาทของภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชนและหน่วยเวชศาสตร์ครอบครัวได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายจากวันนั้นถึงวันนี้ เริ่มจากความไม่ค่อยมั่นใจ จนกระทั่งสะสมประสบการณ์ ความรู้และทักษะต่างๆ ประสานทฤษฎีกับการปฏิบัติอย่างสอดคล้อง และก้าวสู่ความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในการดูแลสุขภาพ แบบองค์รวมต่อชุมชนที่รับผิดชอบ โดยใช้ศาสตร์ของวิชาเวชศาสตร์ครอบครัว ร่วมกันกับ ทีมงานสุขภาพหลากหลายสาขาวิชา ทำให้พื้นที่ที่รับผิดชอบเป็นพื้นที่แห่งการศึกษาเรียนรู้ชั้นเลิศ ของ นักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน และบุคลากรสาธารณสุขสาขาต่างๆ              เราภูมิใจที่มีส่วนทำให้คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น เป็นที่หนึ่งในการรับผิดชอบต่อชุมชนสามารถผนึกกำลังทุกๆส่วนบรรลุความสำเร็จ ในการดูแลชุมชน มีการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน เพิ่มขึ้น อย่างกว้างขวาง เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จนมีเม็ดเลือดใหม่ๆ เข้ามาเสริมความเข้มแข็ง ทำให้หน่วยฯ มีความพร้อมมากยิ่งขึ้นในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการแบบผสมผสาน และยังเปิดกว้างให้มีการแพทย์ทางเลือกหลายรูปแบบได้เกิดขึ้นพัฒนาควบคู่กับเวชศาสตร์ครอบครัว เช่น บริการการแพทย์แผนไทย ฝังเข็ม โฮมีโอพาธีย์ ฯลฯ พร้อมๆกับการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ผ่านการทำงานร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่นและภาคีเครือข่ายอย่างใกล้ชิด              อนาคตที่วาดฝันไว้คือการสร้างความเป็นปึกแผ่นของชาวแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในประเทศไทย ทั้งคณาจารย์ ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน สร้างเครือข่ายการพัฒนาที่เข้มแข็ง พัฒนาคนรุ่นใหม่อย่างไม่ขาดสาย เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบบริการสุขภาพที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกคน รายนามผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์ครอบครัว มีลำดับดังต่อไปนี้ 1. ศ.นพ.อมร เปรมกมล ระหว่างปี พ.ศ.2540 – 2549 2. ผศ.นพ.ฐานพัฒน์ ดิฐสถาพรเจริญ ระหว่างปี พ.ศ.2549 – 2553 3. รศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ ระหว่างปี พ.ศ.2553 – 2565 4. รศ.พญ.วริสรา ลุวีระ ระหว่างปี พ.ศ.2565 – ปัจจุบัน